Thursday, January 28, 2010
10 New Google Personal Search Blogging, Social Media & SEO Tactics
Introducing 10 Traits of Green SEOs
Top 10 Reasons Why SEOs Fail on Social Media
50 Ways to use Social Media, listed by Objective
Promotional Content... It's the little things that count
What's in a Listing? Do a Search of your Site or Ezine.
Smart Goto Gambits
Tuesday, January 5, 2010
เทคนิคการทำ SEO เบื้องต้นที่ควรรู้
การทำ SEO หรือ Search Engine Optimizer นั้นเป็นการทำให้โครงสร้างข้อมูลภายในเว็บของเราที่บรรจุอยู่ใน HTML ของเรา และพวก URL ของเรานั้น มีความหมายและทำให้ Crawler (ซึ่งต่อไปจะขอเรียกเป็น Search Engine เพื่อให้เข้าใจตรงกัน) นั้นสามารถเข้ามาเก็บข้อมูลในเนื้อหาของเราได้ง่าย และตรงกับความต้องการให้ได้มากที่สุด
ซึ่งโดยปกติแล้วจะแนะนำให้ใช้ XHTML ร่วมกับ CSS โดยที่ XHTML นั้นเป็นส่วนที่ใช้สำหรับใส่ข้อมูลและมี Tag พวก XHTML ต่างๆ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเนื้อหาให้น้อยที่สุด โดยมีแต่ส่วนที่กำหนดพื้นที่สำหรับแสดงผลต่าง ๆ เป็นชื่อที่สื่อความหมาย โดยใช้พวก <div> และ <span> แล้วกำหนดพื้นที่ของ Layout ด้วยชื่อที่กำหนดใน id หรือ class และโยนหน้าที่การกำหนด Layout ต่าง ๆ ไปที่ CSS ทั้งหมด เพื่อลดขนาดของไฟล์ HTML ที่ตัว Search Engine จะดึงไปเพื่อทำการ Parse ข้อมูลออกมา ทำให้ Search Engine ใช้เวลาประมวลผลต่างๆ ลดลงได้มากด้วย แถมลด B/W ลงไปได้เยอะมากๆ ในกรณีที่เว็บของเรานั้นมี Priority ในการเข้ามา index ข้อมูลของ Search Engine สูง ๆ
เทคนิดง่ายๆ แต่ได้ผลนั้นผมสรุปจาก Best and Worst practices for designing a high traffic website อีกทีครับ
ใช้ tag Heading (พวก <h*></h*> ต่างๆ) ให้เป็นประโยชน์เพื่อให้ Search Engine นั้นเข้าถึงข้อมูลสำคัญๆ ในส่วนนี้ก่อนเสมอ เพราะ Search Engine จะมองว่า Heading เป็นเหมือนหัวหลักของเนื้อหาเพื่อนำไปใช้สรุปเนื้อหาตอนค้นหาต่อไป
ใช้ alt, title, id, class และพวก caption ต่าง ๆ ที่ใช้อธิบายข้อมูลนั้นๆ เพราะ Search Engine ไม่เข้าในว่ารูปภาพ หรือข้อมูลพวก Binary ต่าง ๆ ว่ามันคืออะไร เช่น <img src=”dog.jpg” alt=”Dog jumping into the air” /> ใช้ META Tag ถึงแม้ว่า META Tag จะเป็นเทคนิคเก่าๆ นับตั้งแต่มี WWW แต่ก็เป็นการดีที่เราควรจะมีไว้ เพราะ Search Engine ยังคงใช้ข้อมูลนี้เพื่อการจัดอับดับข้อมูลของเรา ในกรณีที่ข้อมูลในหน้านั้น ๆ มีมากเกินไป ใช้ Sitemap โดยการสร้าง Sitemap นั้นมีเครืองมือให้ใช้อยู่มากมาย และยิ่งใช้พวก CMS/Blogware ต่าง ๆ พวก Drupal, Wordpress, XOOP, Joomla/Mambo, PHP-nuke ฯลฯ ก็มี module/component/plug-in เข้ามาช่วยสร้าง Sitemap ให้แทบทั้งนั้น โดยประโยชน์ของ Sitemap นั้นช่วยให้ตัว Search Engine นั้นไม่ต้องวิ่งไต่ไปตามลิงส์ต่างๆ ของเว็บของเราเพื่อเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด และยิ่งเว็บมีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากๆ ยิ่งทำให้หน้าที่อยู่ในส่วนของรากลึกๆ ต้นไม้ที่เป็นลำดับของลิงส์นั้นเข้าถึงยาก การมี Sitemap จึงช่วยในการบ่งบอกกับ Search Engine ได้ว่าเว็บของเรามีหลายอะไรอยู่บ้าง เพื่อให้ตัว Search Engine เข้ามา Index ข้อมูลได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น ทำ URL Friendly หรือ Rewrite URL การทำ URL Friendly นั้นช่วยให้ Search Engine เข้าใจ URL ของเราและทำให้การเก็บ URL และแสดงผล URL เพื่อลิงส์กลับมาหน้าต่างๆ ของเว็บเรานั้นทำได้ง่ายมากขึ้น
ที่มา http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/451/
เผยเทคนิคในการจัดทำ SEO โดยใช้ Google Adwords
คำตอบของผมก็คือว่า เราสามารถนำ Google Adwords มาประยุกต์ใช้ในการทำ SEO ได้ และได้อย่างดีทีเดียวครับ ดังที่เพื่อนๆ คงจะได้ทราบวิธีการทำงานของ Google Adwords กันไปเรียบร้อยแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า โฆษณาบน Google Adwords นั้น เป็นโฆษณาที่มีผลกับจิตใจของผู้เห็นโฆษณาภายในเสี้ยววินาทีเท่านั้น เท่ากับว่า ผลลัพธ์ SEO ที่ได้จากการโฆษณาบน Google Adwords นั้น เป็นผลลัพธ์ SEO ที่ดีเยี่ยมยิ่งกว่าโพลใดๆ ครับ เช่น ถ้าเรา ทำโฆษณาขึ้นมา 2 ชิ้น แล้วทำการโฆษณาแข่งกันบน Google หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์
สามารถที่จะสรุปเบื้องต้นได้แล้วว่า SEO ข้อความโฆษณาทางด้านซ้ายมือนั้น มีผลในการเรียกความสนใจของผู้ที่อ่านได้มากกว่า (ใน Keywords นั้นๆ) รวมทั้งการใช้ Google Adwords นั้น เราสามารถทำการทดสอบและปรับเปลี่ยนข้อความโฆษณาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เราสามารถหา Keywords และข้อความโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงได้โดยเร็ว
ดังนั้นถ้าหากเราจะใช้ประโยชน์จาก Google Adwords เพื่อเทคนิคการทำ SEO ของเว็บไซต์นั้น ผมแนะนำให้ทำดังนี้
• ลองทำการโฆษณาเว็บไซต์ของตนเองด้วย Google Adwords ก่อน เพื่อหา Keywords ข้อความโฆษณา และ landing page ที่มีประสิทธิภาพในการโฆษณาเว็บไซต์ของเราก่อน
• เมื่อเรามี Keyword และข้อความโฆษณาที่สามารถทำกำไรให้กับเราได้แล้ว ก็ลองนำ Keyword, ข้อความโฆษณา และ landing page ชุดนั้นไปโฆษณาบน PPC อื่นๆ เช่น Overture.com, Findwhat.com แล้วดูว่ายังสามารถทำกำไรให้เราได้หรือไม่
• ถ้าหากเราสามารถทำกำไรได้จาก Keyword, ข้อความโฆษณา และ landing page ชุดนั้น เราก็ค่อยทำ SEO เว็บไซต์ของเรา โดยการใช้ Keyword, ข้อความโฆษณา และ landing page ชุดนั้น โดยเราควรจะเลือกทำ SEO กับ Keyword ที่ทำกำไรให้กับเรามากที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก
ดังนั้นจะเห็นว่า Google Adwords นั้นจะช่วยให้ประโยชน์ในการทำ SEO โดยจะทำให้เราสามารถค้นหา Keywords, ข้อความโฆษณา และ landing page ที่มีความสัมพันธ์กัน ได้โดง่ายและรวดเร็วมากกว่าแต่ก่อนครับ / บทความวิธีหาเงินจาก google adsense
นอกจากนั้นการทำ SEO ด้วยวิธีนี้ ยังจะทำให้เราสามารถทำกำไรกลับมาได้สูง เพราะว่า เราเน้นการทำ SEO ในชุด Keyword, ข้อความโฆษณา และ landing page ที่สามารถทำกำไรกลับมาให้เราได้สูงอยู่แล้ว (เรารู้ตั้งแต่ก่อนทำ SEO แล้ว ด้วยการทดลองบน Google Adwords ถูกไหมครับ)
เทคนิคการทำ SEO โดยใช้ Google Adwords
คำตอบของผมก็คือว่า เราสามารถนำ Google Adwords มาประยุกต์ใช้ในการทำ SEO ได้ และได้อย่างดีทีเดียวครับ ดังที่เพื่อนๆคงจะได้ทราบวิธีการทำงานของ Google Adwords กันไปเรียบร้อยแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า โฆษณาบน Google Adwords นั้น เป็นโฆษณาที่มีผลกับจิตใจของผู้เห็นโฆษณาภายในเสี้ยววินาทีเท่านั้น เท่ากับว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากการโฆษณาบน Google Adwords นั้น เป็นผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมยิ่งกว่าโพลใด ๆ ครับ เช่น ถ้าเรา ทำโฆษณาขึ้นมา 2 ชิ้น แล้วทำการโฆษณาแข่งกันบน Google หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ แล้วผลปรากฏดังนี้ครับ
สามารถที่จะสรุปเบื้องต้นได้แล้วว่า ข้อความโฆษณาทางด้านซ้ายมือนั้น มีผลในการเรียกความสนใจของผู้ที่อ่านได้มากกว่า (ใน Keywords นั้นๆ) รวมทั้งการใช้ Google Adwords นั้น เราสามารถทำการทดสอบและปรับเปลี่ยนข้อความโฆษณาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เราสามารถหา Keywords และข้อความโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงได้โดยเร็ว
ดังนั้นถ้าหากเราจะใช้ประโยชน์จาก Google Adwords เพื่อการทำ SEO ของเว็บไซต์นั้น ผมแนะนำให้ทำดังนี้
• ลองทำการโฆษณาเว็บไซต์ของตนเองด้วย Google Adwords ก่อน เพื่อหา Keywords ข้อความโฆษณา และ landing page ที่มีประสิทธิภาพในการโฆษณาเว็บไซต์ของเราก่อน
• เมื่อเรามี Keyword และข้อความโฆษณาที่สามารถทำกำไรให้กับเราได้แล้ว ก็ลองนำ Keyword, ข้อความโฆษณา และ landing page ชุดนั้นไปโฆษณาบน PPC อื่นๆ เช่น Overture.com, Findwhat.com แล้วดูว่ายังสามารถทำกำไรให้เราได้หรือไม่
• ถ้าหากเราสามารถทำกำไรได้จาก Keyword , ข้อความโฆษณา และ landing page ชุดนั้น เราก็ค่อยทำ SEO เว็บไซต์ของเรา โดยการใช้ Keyword , ข้อความโฆษณา และ landing page ชุดนั้น โดยเราควรจะเลือกทำ SEO กับ Keyword ที่ทำกำไรให้กับเรามากที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก
ดังนั้นจะเห็นว่า Google Adwords นั้นจะช่วยให้ประโยชน์ในการทำ SEO โดยจะทำให้เราสามารถค้นหา Keywords, ข้อความโฆษณา และ landing page ที่มีความสัมพันธ์กัน ได้โดง่ายและรวดเร็วมากกว่าแต่ก่อนครับ
นอกจากนั้นการทำ SEO ด้วยวิธีนี้ ยังจะทำให้เราสามารถทำกำไรกลับมาได้สูง เพราะว่า เราเน้นการทำ SEO ในชุด Keyword, ข้อความโฆษณา และ landing page ที่สามารถทำกำไรกลับมาให้เราได้สูงอยู่แล้ว (เรารู้ตั้งแต่ก่อนทำ SEO แล้ว ด้วยการทดลองบน Google Adwords ถูกไหมครับ)
โดยสรุปแล้ว Google Adwords นั้นสามารถนำมาเป็นสื่อในการทดสอบการทำ SEO ได้นั่นเอง เพราะทำได้ง่ายดายกว่ามาก จนกระทั่งเมื่อไหร่ที่เรามี
ทำ seo โดยใส่ keyword ในส่วนต่างๆ ของเว็บเพจ
- ใช้ keyword ที่บริเวณ ชื่อหน้าเพจ (Title) ให้เราใส่ Keyword ที่เราต้องการจะใส่โดยให้น้ำหนักจากการเรียงจาก ซ้ายไปขวา อันนี้สำคัญที่สุด ห้ามขาดหรือลืมใส่เด็ดขาด เพราะจะทำให้ Search Engine ไม่ทราบว่าเนื่อหาของเราเกี่ยวกับอะไร โดย search engine จะ Title เป็นข้อหัวหลัก แล้วเอาเนื้อหามาเป็นตัวเพิ่มคะแนนของเว็บเพจนั้นๆ
- ใช้ keyword ที่บริเวณชื่อหัวข้อของเนื้อหา (Heading tag) โดยการใช้ H1,H2,H3 เป็นต้น แต่ไม่ควรใส่ keyword ในทุกๆ H ใส่แค่ H1 หรือ H2 ก็พอ
- ใช้ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนแรก (First Content) ให้ใส่ Keyword ไว้ในตำแหน่ง 20 คำแรกโดยประมาณ ให้ชัดเจน หรืออาจจะใช้ตัวอักษรลักษณะเอียงก็ได้
- ใช้ keyword ที่บริเวณ ลิงค์เชื่อมโยงมาตรฐาน (Standard Text Link) คือการเชื่อมโยงในลักษณะ การใช้ Text link เป็นตัวเชื่อมโยง แล้วแทรก Keyword ผสมเข้าไปด้วย
- ใช้ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนสุดท้ายของหน้า (The last content) เพื่อเน้นย้ำหรือใช้ในการสรุปเนื้อหา อาจจะใช้เป็นลักษณะตัวเอียงหรือหนา (แนะนำให้ใช้ tag <b>คีย์เวิร์ด</b> แทน <strong>คีย์เวิร์ด</strong> เพราะ Search Engine ชอบ HTML แบบเก่ามากกว่าแบบใหม่) ก็ ได้ครับ
- ใช้ keyword ที่บริเวณ เมนูเลื่อนลง (Drop Down Menu) Drop down menu นี้เป็นที่ซ่อน Keyword ที่ดีอีกที่ที่ไม่ควรมองข้าม
- ใช้ keyword ตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ (Folder name, File name) วิธีนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจพอสมควรครับกับการทดลองใช้ในหลายๆ เว็บที่ผมลอง หากต้องใช้ Keyword มากกว่า 1พยางค์ ควรใช้เครื่องหมาย ?-? เป็นตัวคั่นกลาง
- ใช้ keyword ที่บริเวณ คำอธิบายรูปภาพ (Images alt tag) การใช้ tag alt เข้าช่วยนั้นเพราะว่า Search Engine นั้นไม่รู้จักรูปภาพเราสามารถบอก Search Engine ให้รู้ว่าภาพนั้นเป็นภาพของอะไรได้โดยใช้ tag alt=?keyword? นี้เข้าช่วย
- ใช้ keyword ที่บริเวณ คำอธิบาย ลิงค์ (Text link title) การใช้ text link title นั้นคลายการใช้ tag alt เพียงแต่ tag นี้ใช้อธิบาย link
- ใช้ keyword จด Domain name ด้วย Keyword (Domain name register) การใช้ Keyword หลักของเว็บในการจด Domain name นั้นหากทำได้ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ
- ในส่วนของเนื้อหา ให้เน้น keyword ด้วย tag <b>คีย์เวิร์ด</b> ซัก 2-3 แห่ง แต่ต้องระวังไม่ใส่มากเกินไป
- ในช่วย ย่อหน้าแรกๆ ควนใส่คีย์เวิร์ด ใน tag < p> ประมาณ 2 ครั้ง จะเป็นการดี
รวบคำศัพท์ อภิธานศัพท์ SEO
- Search Engine Algorithm
Algorithm (อัลกอริทึ่ม) ?ระบบประมวลผลและจัดอันดับการแสดงผลการค้นหา? มีชื่อเรียกเต็มๆอย่างเป็นทางการว่า Search Engine Algorithm system คือระบบที่จะทำการคิด และวิเคราะห์ . . .
- Keyword
Keyword – คีย์เวิร์ด หรือ คำค้นหา เป็นตัวแปรสำคัญในการค้นหาทุกครั้ง เปรียบเสมือนโจทย์ หรือ คำสั่งที่ Search Engine จะต้องทำการค้นหาคำตอบที่เป็นหน้าเพจออกม . . .
- Page Rank
PageRank: เพจแรงค์ คือ “ค่าคะแนนความน่าเชื่อถือของหน้าเพจนั้น” หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Google PageRank เป็นค่าคะแนนที่ Google คิด และคำนวณให้. . .
- Robots.txt
Robots.txt : ไฟล์เอกสารของโปรแกรม Notepad ที่ภายในจะระบุคำสั่งสำหรับควบคุมการทำงานในการเข้ามาเก็บข้อมูลที่เว็บไซต์ ของเรา ให้กับโรบอท ที่มาจาก Search Engine ต่อ . . .
- Search Engine
Search Engine – เครื่องมือค้นหาข้อมูลที่อยู่บนบนอินเทอร์เน็ต โดยสามารถค้นหาเว็บไซต์ และไฟล์เอกสาร ไฟล์มัลติมีเดีย . . .
- Search Engine Submission
Search Engine Submission คือ การประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ หรือกระจายตัวเองออกสู่ internet ในรูปแบบการลงทะเบียนใน search engine ต่างๆ รวมถึงการเพิ่มเว็บไซต์เราเข้าไปตามเว็บไซต์ . . .
- Sitemap
Sitemap : แผนที่หน้าเว็บเพจทั้งหมดในเว็บไซต์? ถือเป็นการยืนยันการมีตัวตนอยู่จริงของถูกหน้าเพจในเว็บไซต์ และอำนวยความสะดวกในการใช้งานของผู้เข้า
ทำSEO ให้ติดindex คืออะไร
Web ติด index คืออะไร หลายท่านคงสงสัย ว่าคืออะไร ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับ ผู้ที่ทำเว็บไซต์ใหม่ ที่กำลังสร้างสรรค์ผลงานออกมาสู่สังคมโลกแห่งอินเตอร์เนต ซึ่งการทำเว็บไซต์นั้นมีองค์ประกอบหลายปัจจัยที่จะทำให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับต้นๆ หรือค้นหา เจอตามเนื้อหาของเว็บไซต์ ซึ่งก็ไม่ง่าย และไม่ยากนัก
คำว่า Index นั้นคือ ระบบSearch Engine ได้เก็บข้อมูลของเว็บเรา เข้าไปไว้ในระบบSearch แล้ว และเว็บไซต์ของเราก็ติดอันดับการค้นหาจาก Web Search แต่ละแห่ง เช่น จาก Google , Live , yahoo หรือ cuil (ที่กำลังมาแรง) ยิ่งค้นหาเจอมากยิ่งทำให้เว็บไซต์มีผู้เข้าใช้งานมากขึ้นตามลำดับ
ผู้ทำเว็บให้สอดคล้องกับ ระบบSEO Search engine optimization โปรแกรมเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา จะได้เปรียบในเชิงการแข่งขันในทางธุรกิจกว่าเว็บไซต์ ที่ไม่ได้สนใจการทำSEO (Search engine optimization) เพราะแม้ทำเว็บไซต์ดีแค่ไหน สวยแค่ไหน แต่เน้นประชาสัมพันธ์ช่องทางอื่นเพื่อขายสินค้าทางInternet ไม่ได้สนในการทำ SEO เลยก็ขายสินค้าหรือบริการได้ในระยะสั้นๆเท่านั้น เพราะถ้าหมดโฆษณาที่ลงตามสื่อต่างๆ
เช่น ท่านทำธุกิจท่องเที่ยวผ่านทางInternet เป็นหลัก ทำเว็บไซต์สวย ระบบดีเยี่ยม ต้องการขายทัวส์ผ่านInternet แต่ลงโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก การค้าขายของท่านก็จะดำเนินการไปได้โดยสื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์ เป็นหลัก และค้าขายของท่านก็จะหยุดชะงัก ได้ถ้าท่านหยุดลงโฆษณากับสื่อสิ่งพิมพ์นั้นๆ เพราะผู้คนทั่วไปอาจรู้จักเว็บไซต์ แต่อาจพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ท่านไม่ถูก หรือ หรือจำได้แต่ระยะสั้นๆ เพราะคนใช้งานเว็บไซต์โดยมากไม่ได้จำชื่อเว็บไซต์ แต่จะใช้ Search เป็นตัวช่วยในการเข้าถึงข้อมูล หากคนทั่วไปจะ ท่องเที่ยว อยากจะซื้อทัวส์ เขาคงไม่จำชื่อเว็บไซต์ท่านจากการลงสื่อสิ่งพิมพ์แน่นอน หรือจำได้ แต่ก็คงพิมพ์ไม่ถูก เพราะมีชื่อเว็บไซต์ ใกล้กันเยอะมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะพิมพ์คำว่า “ท่องเที่ยว” หากเว็บไซต์เราติดอันดับการค้นหา ก็ส่งผลต่อธุรกิจของท่านมากมายมหาศาล ซึ่งหลายๆคนปรารถนายิ่งนัก แต่ะถ้า ทำSEO ให้ติดindex ไม่ถูกหลักการก็จะส่งผลเสียในระยะยาวได้ (ซึ่งจะกล่าวต่อไปในหัวข้อถัดไป)
หากเว็บไซต์ถูกต้องตามหลักคุณภาพของWeb Search แต่ละแห่ง และภายในเว็บไซต์เกิดความเคลื่อนไหว สม่ำเสมอ เช่น มีการ Update เป็นประจำ ตรวจสอบ Error เสมอๆ เว็บไซต์ของท่านก็จะถูกเก็บไว้เป็นหน้าค้นหาของ Web Search
ซึ่งการเก็บหน้าเว็บไซต์ให้ index นั้นระบบจะจัดเก็บโดย robots ซึ่งจะทำการเข้ามาจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ในเว็บไซต์เราทุกอย่าง ซึ่งเราสามารถตั้งค่าต่างๆ ไว้ใน robots.txt (http://www.yourdomain/robots.txt) เช่น
แปลว่า อนุญาต ให้เว็บ Search ทั้งหมด เก็บข้อมูลได้
User-Agent: * Allow: /
ซึ่งท่านสามารถศึกษาเรื่องนี้ต่อได้ที่ :
- บทความเกี่ยวกับ SEO (โปรแกรมเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา)
คำสั่งสำหรับตรวจสอบว่าเว็บเราติดindex แล้วหรือยังนั้นท่านสามารถตรวจสอบได้จากการ Search ในกูเกิ้ล โดยพิมพ์ว่า site:ตามด้วยชื่อเว็บเรา ตัวอย่าง site:www.yourdomain.com ตัวอย่าง
ผลการค้นหา – site:yourdomain.com – ไม่ตรงกับเอกสารใดๆ
ข้อแนะนำ:
- ขอให้แน่ใจว่าสะกดทุกคำอย่างถูกต้อง
- ลองใช้คำหลักอื่นๆ
- ลองใช้คำหลักที่กว้างขึ้น
เทคนิคการทำ SEO ให้ติดอันดับ
เทคนิคการทำ SEO ให้ติดอันดับ : หลัการทำSEO เบื้องต้น
1. ตรวจสอบโดเมน เพื่อดูว่าชื่อโดเมน ของเราเกี่ยวกับอะไร เนื้อหาสาระหลักๆของโดเมนนี้คืออะไร ความหมายของโดเมนเกี่ยวกับอะไร ต้องเข้าใจในเบื้องต้นก่อน
เช่น ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับดาวโหลดโปรแกรม หรือ ดาวโหลดต่างๆ โดเมน ก็อาจจะเป็น http://www.DownloadTH.COM เป็นต้น ไม่ควรตั้งชื่อ ลักษณะนี้ Download-TH-FREE. COM ไม่เกิดผลดีในระยะยาวแน่นอน เช่นคนจำชื่อเว็บไซต์ท่านไม่ได้ ถ้า Search ต่างๆ Drop การค้นหาลง หรือตั้งชื่อใกล้เคียงกับเว็บไซต์ดังๆ ที่มีอยู่แล้วเพียงทำให้อัคระอักษร สะกดผิด เป็นต้น
2. การตั้งค่าต่างๆ อาทิการเขียน Title , Meta Keyword, และอื่นๆ ควรสัมพันธ์กันกับเนื้อหาบทความภายในหน้านั้นๆ และควรตั้งอยู่ในเนื้อหาของโดเมนของเราด้วย เช่น เว็บไซต์หลักเกี่ยวกับดาวโหลดโปรแกรม เนื้อหาหลักๆ ก็ควรเป็นโปรแกรม ดาวโหลด ต่างๆ แล้วจะทำส่วนอื่นๆเพิ่มเติมได้หรือไม่ คำตอบคือก็สามารถทำได้ ซึ่งจะให้ได้ผลดีก็คือ ทำระบบ Subdomain ซึ่งก็ต้องเริ่มทำSEO ใหม่เหมือนโดเมนหลัก
เทคนิคการทำ SEO ให้ติดอันดับ : หลัการทำSEO ขั้นสูง
ทำ SEO โดยใช้ social bookmarks (แบบไม่มีค่าใช้จ่าย)
- ง่ายๆ กับการทำSEO [ SEO : Search engine optimization ] โดยการใช้บริการแนะนำเว็บไซต์ของท่านโดยผ่านการ ใช้ระบบ social bookmarks คือไปแนะนำเว็บไซต์ โดยตั้ง Keywords ต่างๆให้ตรงกับหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้ robots ไต่Link ไปยังเว็บไซต์ของท่าน
- การใช้ ระบบsocial bookmarks นี้ก็มีข้อดีและข้อเสีย กล่าวคือการ bookmarks เว็บไซต์หน้าเดียว หลายๆคำค้น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ท่านเลย อาจทำให้กลายเป็น Spam Page ด้วย Keywords ส่งผลเสียคือ โดน Search Engine ดร๊อปการค้นหาแน่นอน
ตัวอย่างเว็บไซต์ เช่น www.lefthit.com , www.bikair.com
ทำ SEO โดยใช้ Google Adwords (มีค่าใช้จ่าย)
- เป็นการการโฆษณาเว็บไซต์ของตนเองด้วย Google Adword ซึ่งมีระบบการโฆษณาเว็บไซต์ของท่านตามคำค้น เพื่อหา Keywords ข้อความโฆษณา และ landing page ที่มีประสิทธิภาพ คำค้น ตรงตามเนื้อหา
- เมื่อเรามีKeyword และข้อความโฆษณา เราก็เริ่มทำSEO ให้กับเว็บไซต์ของเราได้ ซึ่งเราที่สามารถหาKeyword ราคาถูกและ ตรงกับเว็บไซต์ หากเว็บไซต์ท่านทำธุรกิจ การค้าขายผ่านInternet ก็หาKeyword m ที่ราคาต่ำ และสามารถทำกำไรให้กับเราได้แล้ว ก็ลองนำ Keyword, ข้อความโฆษณา และ landing page ชุดนั้นไปโฆษณาบน PPC อื่นๆ แล้วดูว่ายังสามารถทำกำไรให้เราได้หรือไม่ เราก็ค่อยทำ SEO เว็บไซต์ของเรา ต่อไป
- ทั้งนี้ ท่านควรเข้าไปตรวจเช็คบัญชีAdwords ของท่านเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบคำค้น หรือ การปรับปรุงการเสนอราคาใหม่ ถ้ามีการเสนอราคาคำค้นสูงกว่าท่าน
เทคนิคการโปรโมทเว็บ และ Blog ให้ติดอันดับด้วย SEO ขั้นพื้นฐาน
การโปรโมท blog หรือ Web ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่จะเอาดีในด้านการให้ข้อมูลอย่างมืออาชีพ ด้วยเหตุที่ว่าเราจะสร้างเว็บ หรือ blog มาทำไมในเมื่อไม่อยากให้ใครเห็น หรือ ใครพบเว็บ หรือ บล็อกของเรา
ในการเขียนบล็อก หรือ เว็บไซต์นั้น สำหรับธุรกิจโดยทั่วไปย่อมหวังที่จะให้ได้รับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีมา Internet ก็คืออีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้เกิดช่องทางในการนำเสนอสินค้าและบริการ สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป แต่ด้วยเหตุที่ในการนำเสนอสินค้าและบริการต่าง ๆ เหล่านั้นต่างก็มีผู้ประกอบการต่าง ๆ มากมายนำเสนอเช่นเดียวกันเป็นจำนวนมากหลายหมื่นหลายล้านเว็บไซต์ทั่วประเทศ เครื่องมือค้นหาอย่าง Search Engine? ถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น จึงมีการนำเสนอโฆษณารูปแบบ PPC (จะนำเสนอในครั้งต่อไป) แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุก ๆ เดือนไปตลอดที่มีการโฆษณา เมื่อใดก็ตามที่ไม่มีการโฆษณาเว็บของเรา หรือ blog ของเราก็จะหายไปในบัดดล เว้นแต่ว่าคุณได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาการทางด้าน SEO มาก่อนที่จะหยุดทำการโฆษณานั้น ๆ จนติดหน้าแรกไปแล้ว
การโปรโมทเว็บเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องมีการวางแผนที่ ดี แต่ก็อาจเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งอาจมองว่าไม่คุ้มกับการ โปรโมทเว็บ หรือ โปรโมทบล็อก ด้วยซ้ำไปวันนี้ Make Many จะนำเสนอเรื่องราวทางด้านเทคนิคในขั้นพื้นฐานสำหรับการ โปรโมทเว็บ หรือ โปรโมท blog กันครับที่ประหยัดเวลาและไม่ต้องเสียเงินในการโปรโมทด้วยครับ
เทคนิคการโปรโมทเว็บ หรือ blog ให้ติดอันดับใน Search Engine
ก่อนที่เราจะทำการโปรโมทเว็บ หรือ โปรโมท blog ของเรานั้นเราต้องทำการสำรวจ ข้อมูลและเว็บ หรือ blog ของเราเสียก่อนครับโดยให้คุณดำเนินการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ครับ เพื่อง่ายต่อการเข้าใจคุณสามารถ ศึกษาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม เรื่อง ?SEO คืออะไร? และ ?Blog กับ SEO? กันเสียก่อนหนะครับจะได้เข้าใจตรงกันครับ
ขั้นตอนการโปรโมทเว็บไซต์/โปรโมท blog
1. Study ทำการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ คีเวิร์ดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เว็บหรือบล็อกของเรา รวมไปถึงคีเวิร์ดที่ไกล้เคียงกันให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับอะไร คำค้นหาหลักอะไร หรือ สินค้าอะไร ได้ยิ่งดีเอาแบบตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะถ้าหากว่าทำแบบกว้าง ๆ อาจไม่ได้ผลในทางที่เป็นการค้าหรือธุรกิจควรให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ครับ
2. Website Optimization ทำการปรับปรุงเนื้อหา และ การปรับแต่งเว็บเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการ SEO ตามแบบฉบับที่เหมาะสม หลักการก็คือพยายามใช้ HTML แบบโบราณให้ได้มากที่สุด เพราะนั่นจะทำให้ Search Engine ชอบมาก ๆ ครับ ถ้าหากไม่ทราบแนวทางในการปรับแต่งสามารถศึกษาข้อมูลการปรับแต่งแบบโบราณได้ จาก W3C ครับ
3. Website Submission คือการส่งบัติเชิญเหล่า Search Engine ต่าง ๆ ให้มาเก็บข้อมูลที่เราได้ทำการปรับปรุงใหม่นั้น ๆ เพื่อให้ได้รับการ Index ข้อมูลใหม่ ๆ เข้าไปและเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลให้กับ Search Engine ด้วยครับ
4. Evaluation ทำการติดตามผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูความเคลื่อนไหวในการติดอันดับในระดับต่าง ๆ และ คีเวิร์ดต่าง ๆ ด้วยครับ
5. Fine Tuning ปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์ หรือ บล็อกของเราตลอดเวลาครับ หรือ ทุกวันได้จะดีมากครับเพราะจะทำให้ Robot ของ Search Engine เข้ามาทำการเก็บข้อมูลบล็อก หรือเว็บของเราเป็นประจำ ข้อสำคัญต้องสอดคล้องกับ Keyword ของเราด้วยหนะครับ
เพียงเราทำตามขั้นตอนต่าง ๆ แบบง่าย ๆ อย่างนี้ไม่เกิน 6 เดือน Blog หรือ Website ของเราก็จะเริ่มติดอันดับไปทีละ Keyword เรื่อย ๆ และ น่าจะได้อันดับที่ดีพอสมควรครับ ในการโปรโมทเว็บ หรือ blog ด้วยหลักการทาง SEO นั้นต้องอาศัยระยะเวลา เนื่องจากเราต้องรอให้ Search Engine ต่าง ๆ ได้ทำการปรับปรุงเว็บเราไปให้ได้มากที่สุดเสียก่อน หรือ ให้ตรงกับคีเวิร์ดของเราให้มากที่สุดก่อน แต่ก็คุ้มค่าในระยะยาวครับ เพราะถ้าเราติดอันดับแล้วเราก็จะทำการปรับปรุงพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ จนนิ่งและได้รับความน่าเชื่อถือในเรื่องข้อมูลมากขึ้น.
สิทธิศักดิ์? บุญมาก
Make Many
หมายเหตุ : หากท่านใดต้องการนำเนื้อหาภายใน blog แห่งนี้ไปใช้กรุณาแจ้งมาที่ผมด้วยหนะครับ หรือ ทำลิงค์กลับมาหน่อยก็ดีครับจะขอบคุณอย่างสูงครับ
http://www.google.com/addurl/?continue=/addurl
5 เทคนิคสำคัญในการใช้ Keywords เพื่อทำ SEO
การใช้ Keywords เพื่อการทำ SEO หรือ Search Engine Optimizer นั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว เมื่อ Search Engine ต่างๆ จะเข้ามา Crawler หรือเก็บข้อมูลเนื้อหาในเว็บไซต์ของเรา สิ่งที่จะวัดกันว่าเว็บไซต์หนึ่งจะถูกจัดอันดับได้ดีกว่าอีกเว็บไซต์หนึ่ง Search Engine มักจะดูที่ Keywords หรือคำสำคัญในเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อที่จะรู้ว่าเว็บไซต์นั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ให้ความสำคัญกับเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรมากที่สุด ดังนั้น การใช้ Keywords ที่เหมาะสมและถูกต้อง จึงนับเป็นหัวใจอย่างหนึ่งในการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization นั่นเอง
เรามาดู 5 เทคนิคสำคัญในการใช้ Keywords เพื่อทำ SEO กันครับ
1. ใส่ Keywords ใน Title Tag
Title Tag เป็นส่วนที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ Search Engine จะเข้ามา index ข้อมูลของเว็บไซต์ และแสดงไว้ใน Search Results
2. ใส่ Keywords ใน url
การใส่ Keywords ใน url ถือเป็นเทคนิคที่สำคัญอีกอย่าง เพราะการมี Keywords ใน url เป็นปัจจัยที่สำคัญอีกส่วนที่จะช่วยให้อันดับของเว็บไซต์ดีขึ้น
3. Keyword density
ใช้ Keywords หลัก ประกอบไว้ในบทความโดยเฉลี่ยการกระจายของ Keywords ในบทความให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนสำคัณคือหัวเรื่องต่างๆ จำนวน Keyword density ที่เหมาะสมคือ 3-7 %
4. Keywords ใน anchor text
ใช้ Keywords หลัก เป็น anchor text links จากเว็บไซต์อื่นๆ มายังเว็บไซต์ของเรา
5. Keywords ใน headings
ใช้ Keywords หลักใน Heading Tag เพื่อบอกกับ Search Engine ทั้งหลายว่าเว็บไซต์ของเรามีข้อมูลสำคัญ ๆ เกี่ยวกับอะไร เพราะ Search Engine จะเข้ามาอ่านส่วน Heading Tag ก่อนเสมอ ()
เทคนิคการเขียนเนื้อหาแบบ Seo ให้ถูกใจคนและ bot
สำหรับการปรับแต่ง Wordpress เพื่อให้ seo ดีเยี่ยมนั้น เราได้ปรับแต่งไปหลายขั้นตอนแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานปลั๊กอิน Platinum SEO Pack การปรับแต่ง permailink การเลือกเลือกใช้ธีม ทีนี่เราจะหยุดเรื่องการปรับแต่งอะไรที่ยุ่งยากเอาไว้ก่อน เราจะมาทำ seo กับสิ่งที่ง่าย ๆ แต่สำคัญ และ จำเป็นกันบ้างครับ จะว่ากันด้วยเรื่อง
เทคนิคการเขียนเนื้อหาแบบ SEO (ให้ถูกใจทั้งคนและ bot)
เว็บไซต์ หรือ บล็อก ‘เนื้อหา’ เป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้น ๆ นอกจากการเลือกใช้เนื้อหาคุณภาพ หรือการพัฒนาเนื้อหาที่ดีเลิศแล้ว สิ่งสำคัญที่มักถูกมองข้ามก็คือ เทคนิคการเขียนเนื้อหาให้เสิร์ชเอ็นจิ้นรู้จักรักชอบ ให้ถูกต้องถูกหลัก SEO
และสามารถสื่อสารได้ชัดเจนตรงใจผู้เยี่ยมชม พูดง่ายๆ คือ ต้องมีการปรับแต่งการเขียนเนื้อหาให้ทั้งคน และ bot อ่าน
มีเทคนิคในการเขียนเนื้อหาแบบ SEO ดังนี้ครับ
- ไตเติ้ล ต้องสั้นกระชับ สื่อสาร ชัดเจน และมีคีย์เวิร์ดอยู่ด้วย
- เนื้อหา ต้องสั้นกระชับ สื่อสาร ชัดเจน และมีคีย์เวิร์ดหลักสอดแทรกซ้ำกันอยู่ด้วย อย่างน้อย 2 คำซ้ำขึ้นไป และกระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหา
จงให้ความสำคัญกับเนื้อหาในส่วนเริ่มต้นให้มาก ควรเข้าประเด็น หรือมีประเด็นสรุปอยู่ในส่วนเริ่มต้น และมีคีย์เวิร์ดกระจายอยู่ใน 3 บรรทัดแรก
- อย่าลืมใช้แท็กมาตราฐานต่างๆ เช่นใช้ตัวหน้า (strong) กับคีย์เวิร์ดหลัก ใช้แท๊ก h2, h3, h4 เพื่อบอกว่าเป็นหัวข้อ
- นอกจากคีย์เวิร์ดหลักแล้ว ต้องมีคีย์เวิร์ดรอง และคำที่มีเนื้อหาเทียบเคียงกันด้วย
- อย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดในเมต้าต่าง ๆ
- หากมีการแทรกรูปภาพ อย่าลืมตั้งชื่อไฟล์ภาพให้มีความหมาย หรือตรงตามคีย์เวิร์ด
- ใช้ Tag ทุกครั้งด้วยคีย์เวิร์ดหลัก และ รอง รวมถึงคำที่นิยมเขียนผิด
วิธีสร้าง sitemap.xml เข้าระบบ Google Sitemap
| How to add Google Sitemap for your Website วิธีการ Add/Submit ไฟล์ sitemap.xml เข้าระบบ Google Sitemap เพื่อทำให้เว็บไซต์ index ใน google search engine ภายใน 7 วัน Add/Submit Google Sitemap สำหรับทำให้เว็บไซต์ติด index 1. สร้างไฟล์ sitemap ก่อน ไปที่เว็บ http://www.xml-sitemaps.com 2. กรอก URL เว็บไซต์ที่ต้องการเข้าไป แล้วกด Enter หรือ คลิกที่ปุ่ม Start หลังจากนั้นเว็บไซต์ก็จะสร้าง sitemap คอยนานหรือไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าเว็บไซต์ 3. พอระบบมันสร้างไฟล์ sitemap.xml เสร็จ ให้คลิกลิงค์ของ Download un-compressed XML หรือ อันแรก สังเกตง่ายๆ ลงท้ายด้วย sitemap.xml ก็ให้คลิก และจะดาวน์โหลดไฟล์นี้ลงมาไว้ในเครื่องเรา 4. ให้ทำการอัพโหลดไฟล์ sitemap.xml เข้าไปไว้ที่ เว็บไซต์ของคุณ 5. ต่อไป ให้ไปที่ google sitemap 6. ถ้ายังไม่เคยสมัครใช้บริการ ให้คลิกที่ Create a Google Account ไม่จำเป็นต้องใช้ Gmail สมัครก็ได้ ใช้อีเมล์ yahoo, hotmail สมัครก็ใช้ได้ ถ้าเป็นสมาชิกอยู่แล้วให้ล็อกอินเข้าเว็บ Google sitemap ได้ทันที 7. แล้วก็ใส่ชื่อ URL ในช่อง Add Site: แล้วกดปุ่ม OK 8. ในหน้านี้ให้คลิกที่หัวข้อ Sitemaps 9. ในหน้านี้ ให้คลิกที่ Add a Sitemap 10. ในหน้านี้ ให้เลือก Add General Web Sitemap และ กรอกชื่อเว็บไซต์ที่เก็บ Sitemap ไว้ ในข้อ 3. My Sitemap URL is: ตัวอย่าง: http://YourWebsite.com/sitemap.xml และ กดปุ่ม Add Web Sitemap 11. ในหน้านี้ จะพบเครื่องหมายถูก และตามด้วยข้อความ ' You have added a Sitemap to http://YourWebsite.com/. Reports may take several hours to update. Thank you for your patience! ' ให้คลิกที่ My sites ใกล้ๆ กับ Logo Google 12. ในหน้าถัดมานี้ จะพบชื่อเว็บไซต์ที่คุณทำ Sitemap ให้คลิกที่ Verify 13. มาในหน้าถัดมานี้ 13.1 เลือกเป็น Add a META Tag จะต้องเอา โค๊ดนี้ ไปแปะส่วนบนไฟล์ index.html (หรือ index.php) ใส่ไว้ระหว่างส่วน .....ตรงใหนก็ได้ เมื่อระบบ ค้นเจอ หน้าแรก เรามีโค๊ดนี้ ก็จะ verify เว็บผ่าน เพียงเท่านี้ การทำ Sitemap ก็เสร็จแล้ว ' You've successfully verified http://YourWebsite.com/ ' สุดท้าย หลังจาก submit ไฟล์ sitemap เรียบร้อยแล้ว แสดงว่า google แค่อ่าน รายชื่อหน้าเว็บเพจของเราเท่านั้นที่เหลือ ยังมีอีก 2 ขั้นตอนที่เราจะต้อง รอ รอ รอ รอ แล้ว รอ อีก คือ 1. รอให้ google bot เข้ามาหา และเก็บข้อมูล (กินเวลา ประมาณ 2-3 วัน) 2. รอให้ google ประมวลผล ใหม่ และเอาเว้บไซท์เราเข้าไป (กินเวลาประมาณ 7-14 วัน) 3. รอให้ค้นเจอ หรือแสดงผล (กินเวลา 30 วัน - 60 วัน) |
ขั้นตอนการทำ SEO (Search Engine Optimization)
1. วิเคราะห์การแข่งขัน โดยดูจาก การค้นหา คีย์เวิร์ดของเราเทียบกะคู่แข่ง
2. เลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม
3. ปรับแต่งเนื้อหาภายในเว็บ
4. เขียนเนื้อหาให้ตรงกับ อัลกอริทึ่ม ของแต่ละ search engine
5. การออกแบบเว็บให้ search engine เข้าถึงได้สะดวก
6. การลงทะเบียนกับ search engine ต่างๆ
7. การสร้างลิงค์ให้กับเว็บไซต์ ในเว็บเรา และเว็บอื่นๆ
8. ติดตามประมวลผล การเลื่อนลำดับ เวลาค้นจาก Search Engine แต่ละที่
How to makes traffic for your site
1. Submit to the directories and receive quality incoming links
2. Link exchanges (PR4 up, เนื้อหาใกล้เคียงของเรา)
3. Keep adding quality content (เนื้อหามีคุณภาพ, no broken link, insert keyword all pages)
4. High demand, low supply keywords (เช็คคีย์เวิร์ดที่นิยม, หาคำที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเว็บเรา http://www.th-store.com/modules/seo-tools/Keyword-Playground.php)
5. Help and be helped with forum chat
6. Spending a little more money on PPC advertising
7. Article submission , News Group
8. Build relationships with newsletters
เทคนิคการทำ SEO เบื้องต้นที่ควรรู้ (reloaded)
การทำ SEO หรือ Search Engine Optimizer นั้นเป็นการทำให้โครงสร้างข้อมูลภายในเว็บของเราที่บรรจุอยู่ใน HTML ของเรา และพวก URL ของเรานั้น มีความหมายและทำให้ Crawler (ซึ่งต่อไปจะขอเรียกเป็น Search Engine เพื่อให้เข้าใจตรงกัน) นั้นสามารถเข้ามาเก็บข้อมูลในเนื้อหาของเราได้ง่าย และตรงกับความต้องการให้ได้มากที่สุด
ซึ่งโดยปกติแล้วจะแนะนำให้ใช้ XHTML ร่วมกับ CSS โดยที่ XHTML นั้นเป็นส่วนที่ใช้สำหรับใส่ข้อมูลและมี Tag พวก XHTML ต่าง ๆ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเนื้อหาให้น้อยที่สุด โดยมีแต่ส่วนที่กำหนดพื้นที่สำหรับแสดงผลต่าง ๆ เป็นชื่อที่สื่อความหมาย โดยใช้พวก <div> และ <span> แล้วกำหนดพื้นที่ของ Layout ด้วยชื่อที่กำหนดใน id หรือ class และโยนหน้าที่การกำหนด Layout ต่าง ๆ ไปที่ CSS ทั้งหมด เพื่อลดขนาดของไฟล์ HTML ที่ตัว Search Engine จะดึงไปเพื่อทำการ Parse ข้อมูลออกมา ทำให้ Search Engine ใช้เวลาประมวลผลต่าง ๆ ลดลงได้มากด้วย แถมลด B/W ลงไปได้เยอะมาก ๆ ในกรณีที่เว็บของเรานั้นมี Priority ในการเข้ามา index ข้อมูลของ Search Engine สูง ๆ
เทคนิดง่าย ๆ คือ
เทคนิคการเลือกใช้ KeyWord
1. คิดว่าเราเป็นผู้ใช้งาน เราจะค้นหาเว็บไซต์เกี่ยวกับธุรกิจของเราเอง จะใช้คำว่าอะไรค้นหา เช่น เราทำธุรกิจ โรงเรียนสอนขับรถยนต์ เราจะใช้คำว่า เรียนขับรถ, เรียนขับรถยนต์, สอนขับรถ, สอนขับรถยนต์
2. เลือกใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ อย่างเหมาะสมไม่ทำการปรับแต่ง Keyword มากจนเกินไป ซึ่งอาจจะกลายเป็นผลเสียต่อเว็บไซต์ในภายหลัง
3. หลีกเลี่ยง Keyword ที่มีการใช้กันเยอะ เพราะ การจะไปแย่งชิง 10 อันดับแรก ในการแสดงผลผ่าน Search Engine นั้น หากมี คู่แข่งเยอะ ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงเช่นเดียวกัน
4. เลือกใช้ Keyword ที่กระฉับ สั้น ได้ใจความ ซึ่งจากประสบการณ์ของเรา SiamRinking การเลือกใช้ Keyword ที่มีความยาว 3-5 คำ เป็นคำทีผู้ใช้งานส่วนใหญ่นิยมใช้ค้นหา ซึ่งจากตัวอย่างในข้อ 1 จะเห็นได้ว่า คำที่สั้น ๆ แต่ส่งผลต่อ การค้นหาเว็บไซต์เราได้อย่างดีทีเดียว "เรียน - ขับ - รถ" 3 คำ ถือว่าเหมาะสมการการโปรโมทเว็บไซต์
5. กรณี Keyword ที่เราอยากทำนั้นมีคู่แข่งจำนวนมาก สามารถหลีกเลี่ยงโดยระบุคำหรือสถานที่ เพิ่มเติมลงไป เช่น เราทำธุรกิจเกี่ยวกับ ซื้อขายบ้าน หากคำว่า บ้าน คำเดียว จะมีการแสดงผลการค้นหา เกือบ 100 ล้านเว็บไซต์ แต่หากระบุ ขอบเขตเพิ่มเติมลงไป เช่น บ้านเชียงใหม่ จะได้ขอบเขตที่ชัดเจน และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
6. Keywod สั้น จะทำให้ขอบเขตกว้างเกินไป เราควรจะระบุ ขอบเขตของสินค้า หรือบริการของเราลงไป เช่นเดียวกับข้อ 5 คำว่า บ้าน สื่อความหมายได้หลายอย่าง "ซื้อบ้าน ซ่อมบ้าน บ้านกระต่าย บ้านนก " การเลือกใช้ Keyword จึงควรคำนึงถึง ขอบเขตของธุรกิจ ประเภทธุรกิจของเรา ให้ชัดเจน
7. Keywod ที่มีการสะกดผิดหรือเขียนผิด ก็สามารถใช้เป็น Keyword ได้เช่นเดียวกัน เช่น รีไซเคิ้ล, รีไซเคิล จะเห็นได้ว่า Keyword ภาษาไทย แม้จะสะกดผิด ก็นับเป็น คนละ Keyword คำเหล่านี้ไม่สามารถมองข้ามได้เลย
